หลักการดูแลผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก

ดูแลผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก

การป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน ส่วนมากแล้วจะเกิดกับผู้ที่สูบบุหรี่ ไม่ได้ออกกำลังกาย อย่างไรก็ดี หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก มาดูกันดีกว่าว่าการดูแลผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกสามารถทำอย่างไรได้บ้าง 

1.พยายามลดความเครียดให้กับผู้ป่วย 

สำหรับสิ่งแรกที่จัดได้ว่ามีความสำคัญมากที่สุดก็คือการพยายามลดความเครียดให้กับผู้ป่วยนั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้ว อายุที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิมก็อาจทำให้มีความเครียดเพิ่มมากขึ้นได้ ทางที่ดีควรหางานอดิเรกให้ผู้ป่วยได้ทดลองทำ เพื่อที่ว่าคนเหล่านี้จะได้ไม่โฟกัสกับความเจ็บป่วยมากกว่าเดิมนั่นเอง 

2.ทำกายภาพบำบัด 

หลักการที่สำคัญที่สุดในการดูแลผู้ป่วยก็คือทำให้พวกเขาเหล่านั้นกลับมาดูแลตัวเองได้เหมือนเดิม โดยพยายามให้ท่านทำกายภาพบำบัดเป็นประจำ หรือหากว่าเป็นไปได้ก็ควรทำถุงทรายให้ยกหรือดึงเป็นประจำเพื่อลดอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นให้ได้นั่นเอง  

3.กินอาหารที่มีประโยชน์  

อย่างที่เรานั้นรู้กันดีอยู่แล้วว่าการกินอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยเสริมสร้างระบบในร่างกายให้กลับมาทำงานเป็นปกติ โดยสิ่งที่ควรทำมากที่สุดก็คือการปรุงอาหารที่ไม่หวาน ไม่มันและไม่เค็มให้กับท่าน เพื่อที่ท่านจะได้ไม่กินอาหารเหล่านี้ไปให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เช่นการลดอาการจำพวกเนื้อสัตว์ติดมัน หรืออาหารจำพวกที่มีไขมันสัตว์ต่างๆ เป็นต้น 

4.สังเกตสัญญาณเตือนต่างๆ 

ปกติแล้วอาจจะมีที่ผู้ป่วยโรคนี้กลับมาเป็นซ้ำ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญของการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ก็คือการสังเกตสัญญาณเตือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่ใบหน้ามีกล้ามเนื้ออ่อนแรง มุมปากตก ไม่สามารถยิ้มได้ ไม่สามารถยิงฟันได้ บางคนอาจจะหลับตาไม่ได้หรือว่าปากเบี้ยวก็เป็นไปได้เช่นกัน ในอีกกรณีหนึ่งได้แก่ บางคนอาจจะหายใจลำบากได้ โดยหากว่าใครที่ปวดหัวหรือเวียนหัวมาก รู้สึกว่าความดันขึ้นและเหนื่อยมาก อาจจะต้องรีบมาพบแพทย์ เพราะว่าอาจจะเกิดการที่หลอดเลือดแดงอุดตันซึ่งจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเส้นเลือดในสมองอาจจะแตกหรือว่าตีบในไม่ช้านี้ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลในทันทีที่สามารถทำได้ หรือจะเรียกสายด่วนของโรงพยาบาลใกล้บ้านก็ได้เช่นกัน 

การดูแลผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกจะต้องเอาใจใส่และดูแลให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นการป่วยหรือพิการแบบถาวร หรือในขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำก็คือการหมั่นให้ผู้ป่วยได้ออกกำลังกายหรือกายภาพบำบัดเท่าที่จะทำได้ หมั่นให้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เท่านี้ผู้ป่วยก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์แล้ว